ตรวจโควิด 19 ที่ไหนดี ตรวจฟรีทำยังไง ถ้าตรวจเจอต้องทำอะไรต่อ ?

          รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจโควิด 19 ทุกประเด็น ใครควรไปตรวจบ้าง ตรวจที่ไหนดี อาการแบบไหนถึงจะได้ตรวจฟรี ใครยังสงสัยมาอ่าน !
          เดี๋ยวนี้ใครมีอาการไอนิด จามหน่อย ก็รู้สึกจิตตกไปหมดแล้ว เพราะไม่รู้ว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าโดยไม่รู้ตัวแล้วหรือเปล่า แต่ถ้าจะให้ไปตรวจโควิด 19 โดยที่อาการยังไม่ชัดเจน แล้วเราเองก็อาจไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง คงต้องเสียเงินฟรีแน่ ๆ ถ้าอย่างนั้นมาทำความเข้าใจให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการตรวจโควิด 19 เพื่อเป็นไกด์ไลน์
ใครเข้าข่ายต้องสงสัย ควรไปตรวจโควิด 19 ?

ควรไปตรวจ หรืออย่าเพิ่งไปดี ? ลองดูตารางนี้

ตรวจโควิด 19

          อาการป่วย

          1. มีอาการทางเดินหายใจ ข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่
          - ไอ
          - มีน้ำมูก
          - เจ็บคอ
          - หายใจเร็วเหนื่อย หายใจลำบาก 
          - เป็นผู้ป่วยปอดอักเสบ
          - จมูกไม่ได้กลิ่น

          และ/หรือ

          2. อาการไข้ ข้อใดข้อหนึ่งคือ
          - มีประวัติมีไข้
          - อุณหภูมิร่างกาย 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป

          ตัวอย่าง เช่น มีไข้ และมีน้ำมูก, มีไข้ และเจ็บคอ, มีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศา กับไอ เป็นต้น
* หากไม่มีอาการ ยังไม่ต้องไปตรวจ

* ถ้ามีอาการ ให้สังเกตย้อนหลังไป 14 วันก่อนวันที่เริ่มป่วย
ว่าเข้าข่าย "ประวัติเสี่ยง" ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้หรือไม่
          ประวัติเสี่ยง
          1. เดินทางไปยัง หรือมาจากต่างประเทศ หรือ อยู่อาศัยในพื้นที่ที่การระบาดของโรค
          2. ประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือติดต่อกับคนจำนวนมาก
          3. ไปในสถานที่ชุมนุมชน หรือสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคน เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล หรือขนส่งสาธารณะ
          4. สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
          5. มีอาการป่วยเป็นกลุ่มก้อน เช่น บุคลากรทางการแพทย์ 3 รายขึ้นไป หรือกลุ่มบุคคลทั่วไปในสถานที่เดียวกัน 5 รายขึ้นไปที่มีอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และตรวจไข้หวัดใหญ่ไม่เจอทุกสายพันธุ์
*หากไม่มีอาการ และไม่มีประวัติเสี่ยง : ไม่ต้องไปตรวจ
*หากไม่มีอาการ แต่มีประวัติเสี่ยง : ให้กักตัว 14 วันเพื่อดูอาการก่อน ถ้ามีอาการให้ไปตรวจ
*หากมีอาการ แต่ไม่มีประวัติเสี่ยง : อาจป่วยด้วยโรคหวัด หรือโรคอื่น ให้รักษาตามอาการ แต่ถ้าผ่านไป 48 ชั่วโมงแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น ให้ไปพบแพทย์
*หาก "มีอาการป่วย" และ "มีประวัติเสี่ยง" : เข้าเกณฑ์ตรวจโควิด 19 สามารถเข้าตรวจในโรงพยาบาลที่รับตรวจได้ ไม่ว่าจะได้ผลบวก หรือผลลบก็ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ปักหมุดตรวจโควิด 19 ที่ไหนได้บ้าง ?

จุดตรวจ COVID-19 ฟรี

รถตรวจโควิด 19 เคลื่อนที่ของ กทม.

     - ต้องทำแบบประเมินความเสี่ยงก่อนที่ BKK covid-19
     - หากทำแบบประเมินแล้วเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงสีแดง เจ้าหน้าที่จาก กทม. จะโทรศัพท์ไปประเมินอาการอีกครั้ง
     - หากเข้าเกณฑ์ รถบริการเคลื่อนที่พร้อมเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ไปทดสอบการติดเชื้อ (SWAB) ถึงบ้านหรือสถานที่ใกล้เคียง ฟรี !
     - นำตัวอย่างทดสอบส่งตรวจในห้องแล็บของโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, วชิรพยาบาล
     - หากพบว่าติดเชื้อ กทม. จะจัดรถฉุกเฉินเพื่อรับตัวไปรักษาในโรงพยาบาลต่อไป

สถานพยาบาลที่รับตรวจโควิด 19

          ผู้ที่ "มีอาการป่วย" และ "มีประวัติเสี่ยง" สามารถตรวจได้ฟรีตามสิทธิ์รักษาพยาบาล แต่หากไม่เข้าเกณฑ์ตรวจฟรีจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจเอง โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 15 เมษายน 2563 มีจุดที่รับตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา อยู่หลายแห่ง อาทิ

โรงพยาบาลของรัฐ

  • สถาบันบำราศนราดูร ค่าใช้จ่ายประมาณ 2,500 บาท 
  • สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค (สปคม.) 2,700 บาท
  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-6,000 บาท (ไม่มีอาการ ไม่รับตรวจ)
  • โรงพยาบาลราชวิถี ค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-6,000 บาท
  • โรงพยาบาลรามาธิบดี ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท
  • โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ค่าใช้จ่ายประมาณ 9,900 บาท

โรงพยาบาลเอกชน

  • โรงพยาบาลกรุงเทพ 6,500-10,500 บาท
  • โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000-10,000 บาท
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ฉะเชิงเทรา 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สระบุรี 6,500 บาท
     
  • โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ 5,500 บาท
  • โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลนครธน 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลนวมินทร์ ค่าใช้จ่ายประมาณ 7,300 บาท (ยังไม่รวมค่าบริการอื่น ๆ)
  • โรงพยาบาลบางปะกอก 9 ค่าใช้จ่ายประมาณ 7,500-10,000 บาท
  • โรงพยาบาลบางโพ 6,500 บาท 
  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 10,500 บาท
     
  • โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท
  • โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลเกษตร ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท
  • โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลโชคชัย 4 ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท
  • โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการ ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท
  • โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลรังสิต ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท
  • โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลพระประแดง ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท
     
  • โรงพยาบาลพญาไท 1 ค่าใช้จ่ายประมาณ 7,300 บาท (ยังไม่รวมค่าบริการอื่น ๆ)
  • โรงพยาบาลพญาไท 2 ค่าใช้จ่ายประมาณ 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลพญาไท 3 ค่าใช้จ่ายประมาณ 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลพระราม 9 ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000-10,000 บาท
  • โรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ 5,500 บาท
  • โรงพยาบาลแพทย์รังสิต ค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000 บาท
     
  • โรงพยาบาลรามคำแหง 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ค่าใช้จ่ายประมาณ 7,500 บาทขึ้นไป
  • โรงพยาบาลวิภาวดี 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลเวชธานี 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคัล 6,500 บาท
     
  • โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลเอกชัย สมุทรสาคร 5,500 บาท
          สำหรับสถานพยาบาลที่เปิดบริการตรวจ COVID-19 แบบ DRIVE THRU สามารถอ่านรายละเอียดได้ตามลิงก์นี้เลย

ตรวจโควิด 19 แบบ Drive Thru ที่ไหนได้บ้าง พร้อมเช็กราคาค่าตรวจแต่ละโรงพยาบาล

รายชื่อห้องปฏิบัติการตรวจโควิด 19

          หากไปตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลที่มีห้องปฏิบัติการตรวจโควิด-19 ก็จะสามารถยืนยันผลได้เร็วกว่า โดยโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการที่อยู่ในเครือข่ายตรวจ SARS-Cov-2 (ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วันที่ 9 พฤษภาคม 2563) มีดังนี้
FAQ ตอบคำถามฮิต เรื่องตรวจโควิด 19
ตรวจโควิด 19

1. ใครมีสิทธิ์ตรวจโควิด 19 ฟรี ?

          ต้องเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงทั้ง 2 ข้อ คือ
          - มีอาการ : มีประวัติมีไข้ อุณหภูมิร่างกายสูง 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับอาการทางเดินหายใจข้อใดข้อหนึ่ง (ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเร็วเหนื่อย หายใจลำบาก เป็นผู้ป่วยปอดอักเสบ หรือจมูกไม่ได้กลิ่น)
          - มีประวัติเสี่ยง : อย่างใดอย่างหนึ่งในคือ
             >> เดินทางไปยัง หรือมาจากต่างประเทศ หรือ อยู่อาศัยในพื้นที่ที่การระบาดของโรค
             >> ประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือติดต่อกับคนจำนวนมาก
             >> ไปในสถานที่ชุมนุมชน หรือสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคน เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล หรือขนส่งสาธารณะ
             >> สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
             >> มีอาการป่วยเป็นกลุ่มก้อน เช่น บุคลากรทางการแพทย์ 3 รายขึ้นไป หรือกลุ่มบุคคลทั่วไปในสถานที่เดียวกัน 5 รายขึ้นไปที่มีอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และตรวจไข้หวัดใหญ่ไม่เจอทุกสายพันธุ์

2. ไม่มีอาการป่วย-ไม่มีประวัติเสี่ยง จำเป็นต้องไปตรวจไหม ?

          ไม่จำเป็นต้องไปตรวจ

3. ไม่มีอาการ แต่มีประวัติเสี่ยง ต้องไปตรวจไหม ?

          - ยังไม่ต้องไปตรวจ เพราะอาจอยู่ในระยะฟักตัวของโรค หากตรวจจะมีโอกาสไม่เจอเชื้อมากกว่า ซึ่งอาจทำให้ชะล่าใจคิดว่าตัวเองไม่ป่วย
          - ให้กักตัวอยู่ที่บ้านอย่างน้อย 14 วัน โดยแยกตัวเองออกจากคนอื่นในบ้าน ใส่หน้ากากอนามัย งดรับประทานร่วมกัน งดใช้ของส่วนตัวร่วมกัน
          - หากมีอาการป่วยระหว่างกักตัว ให้ไปตรวจหาเชื้อ หรือโทร. 1422 กรมควบคุมโรค

4. เตรียมตัวอย่างไรเมื่อจะเดินทางไปตรวจหาเชื้อ ?

          - สวมหน้ากากอนามัย
          - พกเจลล้างมือติดตัว
          - ขับรถส่วนตัวไปโรงพยาบาล หรือโทร.1422 เรียกรถพยาบาลมารับ
          - ไม่ควรเดินทางด้วยพาหนะสาธารณะ

5. มีวิธีการตรวจหาเชื้อแบบไหนบ้าง

          การตรวจแล็บเพื่อหาเชื้อ ปัจจุบันมี 3 วิธี

         1. ตรวจหาเชื้อในทางเดินหายใจ (Real-time RT PCR) ใช้วิธีป้ายเยื่อบุในคอ หรือป้ายเนื้อเยื่อหลังโพรงจมูก เพื่อนำเชื้อไวรัสในเซลล์มาตรวจ หรือหากเชื้อลงปอดก็ต้องนำเสมหะที่อยู่ในปอดออกมาตรวจ

         2. ตรวจด้วยการเจาะเลือด (Rapid Test) ไม่ใช่การตรวจหาเชื้อโดยตรง แต่เป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันหลังจากมีอาการป่วยราว 5-7 วัน

         3. การตรวจหาเชื้อในน้ำลาย โดยกระทรวงสาธารณสุขจะใช้วิธีนี้ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก และการค้นหาผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการในชุมชน เนื่องจากมีข้อดีคือ ราคาถูก เก็บตัวอย่างได้ง่ายกว่า สามารถเก็บได้ด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีการตรวจดังกล่าวโรงพยาบาลรามาธิบดีได้ทำการวิจัยพบว่าได้ผลแม่นยำ มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับวิธีการตรวจจากสารคัดหลั่งหลังจากจมูกและคอหรือวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรม (RT-PCR) 

6. หากทราบผลว่าติดเชื้อ ต้องทำอย่างไรต่อ ?

          ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยจะถูกแยกตัวในห้องแยกโรคเดี่ยว หรืออยู่ในห้องที่มีเฉพาะผู้ป่วย COVID 19 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ป่วย COVID-19 สามารถรับการรักษาได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

7. ตรวจแล้วไม่เจอเชื้อ แสดงว่าไม่ได้ป่วยโควิด 19 ใช่หรือไม่ ?

          ไม่เสมอไป เพราะผลลบหมายถึง "ไม่เจอเชื้อ" แต่ไม่ได้หมายความว่า "ไม่ติดเชื้อ" เช่น บางคนไม่มีอาการแต่มาตรวจ ก็มักจะไม่เจอเชื้อ แต่อาจเป็นไปได้ว่ายังอยู่ในระยะฟักตัวของโรค ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวังในช่วง 14 วัน หากมีอาการป่วยขึ้นมาก็ต้องมาตรวจใหม่อีกครั้ง

8. ซื้อชุดตรวจ Rapid Test มาตรวจเองได้ไหม ?

          ไม่ควรซื้อมาตรวจเอง เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องระวังในการตรวจ เช่น จะตรวจพบภูมิคุ้มกันในเลือดได้ก็ต่อเมื่อร่างกายได้รับเชื้อแล้วประมาณวันที่ 5-7 หลังมีอาการป่วย หากเราไม่แน่ใจเรื่องนี้ อาจแปลผลผิดได้ ดังนั้นควรให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ตรวจ แปลผล และสรุปผลให้
รวมข่าวและบทความน่าสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ตรวจโควิด 19 ที่ไหนดี ตรวจฟรีทำยังไง ถ้าตรวจเจอต้องทำอะไรต่อ ? โพสต์เมื่อ 16 เมษายน 2563 เวลา 14:37:08 78,559 อ่าน
TOP