แจงผ่อนคลายมาตรการเฟส 2 เป็นกิจการในกลุ่มเสี่ยงปานกลาง พร้อมรับพิจารณา ปรับเวลาเคอร์ฟิว 23.00-03.00 น. ไว้ในเฟส 3
วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 ระหว่างการแถลงข่าวของ ศบค. พล.อ. สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภายหลังมีการประเมินแล้วว่าในการผ่อนคลายมาตรการ ระยะที่ 1 เราทำไว้ค่อนข้างดี ดังจะเห็นจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่ที่ลดลงตามลำดับ และประชาชนให้ความร่วมมืออย่างดี จึงได้มีการอนุมัติให้ผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมในระยะที่ 2
โดยในการผ่อนคลายในระยะที่ 2 นั้นเป็นกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในเกณฑ์สูง ซึ่งผ่านการใคร่ครวญแล้วว่าแต่ให้มีความเสี่ยงอยู่ แต่ยังสามารถควบคุมได้ ซึ่งหากพบว่ามีกิจการหรือกิจกรรมใดที่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อ ก็จะต้องสำรวจเพื่อปิดเป็นจุด ๆ ไป
ในส่วนที่มีคนเสนอให้ปรับเวลาเคอร์ฟิว จาก 23.00-04.00 น. เป็น 23.00-03.00 น. ขอรับไว้พิจารณาในระยะต่อไป สำหรับเรื่องสถานเสริมความงามที่ให้เปิดได้ แต่ยังไม่รวมการเสริมความงามเกี่ยวกับใบหน้า มองว่ายังมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากดวงตาได้ ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่เราขอให้มีการล้างมือบ่อย ๆ และอย่าจับใบหน้า อย่างไรก็ตาม จะขอรับไว้พิจารณาสำหรับการผ่อนคลายระยะที่ 3 ซึ่งหากหมออนุญาต ตนก็ไม่มีปัญหา
ภาพจาก Bob James Photo Bangkok / Shutterstock.com
ในส่วนที่มีผู้ร้องเรียนว่าพบร้านอาหารแห่งหนึ่ง ไม่มีระบบการป้องกันหรือการเว้นระยะห่างนั้น คงต้องขอถามชื่อร้านอาหารดังกล่าวไว้ ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความบกพร่อง ในครั้งแรกก็จะมีการตักเตือน แต่ถ้าหากยังไม่มีการปรับปรุงก็จะเป็นการปิดเป็นจุด ๆ แต่ถ้าหากพบการบ่งชี้ว่าทำให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ก็จำเป็นที่จะต้องปิด ยืนยันที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว แต่อาจยังไม่ทั่วถึงเพราะมีจำนวนเจ้าหน้าที่จำกัด จึงต้องขอความร่วมมือ และขอให้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด
>> อ่านข้อมูลและติดตามสถานการณ์ COVID-19 <<ได้ที่นี่
ขอบคุณข้อมูลจาก Live NBT2HD






